คุณค่า

คุณค่า
คืนนั้น
เมื่อผมเดินเข้าไปในห้องเรียนไม้
คุรุก็นั่งรออยู่ก่อนแล้ว
บนโต๊ะไม้เก่า
มีเพียงขวดน้ำหอมแก้วใส
วางอยู่เพียงขวดเดียว
ท่านยิ้ม
ก่อนถามขึ้นเบา ๆ
“เอ็งรู้ไหม”
“คนเราซื้อน้ำหอม”
“เพราะอะไร”
ผมตอบทันที
“เพราะกลิ่นหอมครับ”
ท่านหัวเราะ
“ไม่จริงทั้งหมด”
“ลองคิดใหม่”
ผมนั่งคิดอยู่พักหนึ่ง
ก่อนตอบอีกครั้ง
“เพราะขวดสวย”
“เพราะยี่ห้อ”
“เพราะคนอื่นนิยม”
“เพราะกลิ่นถูกใจ”
คราวนี้ท่านพยักหน้า
“ถูก”
“แต่ทั้งหมดนั้น”
“ก็ยังเป็นแค่ความคิดของคน”
ผมนิ่ง
ท่านจึงหยิบขวดน้ำหอมขึ้นมา
หมุนไปมาในมือ
ก่อนถามต่อ
“ถ้าจะเหนือกว่าคน”
“เอ็งจะเลือกจากอะไร”
ผมเงียบ
ตอบไม่ได้
ท่านจึงกล่าวต่อ
“คนส่วนใหญ่”
“เลือกจากราคา”
“คนบางคน”
“เลือกจากความชอบ”
“คนอีกพวก”
“เลือกจากภาพลักษณ์”
“แต่ทั้งหมดนั้น”
“ยังเป็นการเลือกเพื่อตัวเอง”
ท่านฉีดน้ำหอมลงบนผ้าเช็ดหน้า
แล้วยื่นมาให้ผม
“ดมดู”
กลิ่นหอมอ่อน ๆ
ค่อย ๆ ลอยเข้ามา
ผมหลับตาลงโดยไม่รู้ตัว
ท่านถามขึ้นอีกครั้ง
“เอ็งรู้ไหม”
“ข้าใช้น้ำหอมเพื่ออะไร”
ผมส่ายหน้า
ท่านยิ้ม
“ข้าไม่ได้ใช้”
“เพื่อให้คนอื่นชอบ”
“ข้าใช้”
“เพื่อบันทึกความทรงจำ”
“ใช้บันทึกความรู้สึก”
“ใช้ศึกษาการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์”
“และใช้พาจิต”
“เข้าสู่สมาธิ”
ผมลืมตาขึ้น
ก่อนถามเบา ๆ
“แล้วถ้าจะเลือกกลิ่น”
“ให้คนอื่นชอบล่ะครับ”
ท่านหัวเราะ
“ถ้าเอ็งเลือก”
“เพื่อให้คนชม”
“เอ็งก็ยังมีคน”
“เป็นมาตรฐาน”
“ถ้าเอ็งเลือก”
“เพราะใจเอ็งชอบ”
“เอ็งก็ยังมีอารมณ์”
“เป็นมาตรฐาน”
ท่านหยุดไปครู่หนึ่ง
ก่อนใช้นิ้วแตะที่กลางอกผม
“แต่เมื่อเอ็งเลือก”
“ด้วยปัญญา”
“เอ็งจะเริ่มถาม”
“สิ่งนี้”
“ทำให้จิตของเอ็ง”
“สูงขึ้น”
“หรือต่ำลง”
“ทำให้เอ็ง”
“เข้าใกล้ปัญญา”
“หรือเข้าใกล้กิเลส”
“ทำให้เอ็ง”
“เข้าใกล้สิ่งศักดิ์สิทธิ์”
“หรือเข้าใกล้อัตตาของตนเอง”
ผมนิ่งฟัง
ท่านจึงถามต่อ
“เอ็งรู้ไหม”
“ของแพง”
“กับของมีค่า”
“ต่างกันตรงไหน”
ผมตอบ
“ราคา”
ท่านส่ายหน้า
“ราคา”
“มนุษย์เป็นคนตั้ง”
“แต่คุณค่า”
“ใจเอ็งเป็นคนตั้ง”
“เมื่อเอ็งตั้งคุณค่า”
“เอ็งก็เริ่มอยากได้”
“เมื่อเอ็งอยากได้”
“เอ็งก็เริ่มกลัวเสีย”
“เมื่อเอ็งกลัวเสีย”
“เอ็งก็พร้อมจะแลก”
“บางคนแลกด้วยเงิน”
“บางคนแลกด้วยเวลา”
“บางคนแลกด้วยสุขภาพ”
“บางคนแลกด้วยครอบครัว”
“บางคนแลกด้วยศักดิ์ศรี”
“และบางคน”
“แลกด้วยทั้งชีวิต”
ท่านมองหน้าผม
ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ก่อนเอ็งจะเลือกสิ่งใด”
“จงมองให้ดี”
“จ้องให้ชัด”
“พินิจให้ลึก”
“ใช้ทั้งสมอง”
“และใช้ทั้งใจ”
“อย่าเพิ่งรีบแลก”
“เพียงเพราะเอ็งอยากได้”
“ถ้าพิจารณาแล้ว”
“น้ำลายยังเหนียว”
“น้ำลายยังยืด”
“หัวใจยังเต้นแรง”
“ให้กลับไปพิจารณาใหม่อีกรอบ”
“เพราะตอนนั้น”
“เอ็งไม่ได้ใช้ปัญญา”
“เอ็งกำลังใช้กิเลสเลือก”
ผมหัวเราะ
เพราะนึกถึงขนมเม็ดขนุน
ลูกเท่าลูกฟุตบอล
ที่ท่านเคยให้ผมกิน
ท่านหัวเราะตาม
ก่อนกล่าวเป็นประโยคสุดท้าย
“จำไว้นะ”
“อย่าเอาขยะ”
“ไปแลกขยะ”
“อย่าเอาของ”
“ที่เอ็งคิดว่ามีคุณค่า”
“ไปแลก”
“เพียงของที่มนุษย์ตั้งราคา”
“แต่ถ้าเอ็งจะแลก”
“ก็จงแลก”
“เพื่อให้ได้สิ่งที่”
“ติดตัวเอ็งไปตลอดชีวิต”
ท่านหยุด
ก่อนยิ้มบาง ๆ
แล้วกล่าวต่อช้า ๆ
“และถ้าเอ็งมีปัญญาพอ”
“วันหนึ่ง”
“เอ็งจะรู้ว่า”
“ยังมีของอีกชนิดหนึ่ง”
“ที่ไม่ได้ติดเพียงชีวิต”
“แต่มันจะติดดวงจิต”
“ติดวิญญาณ”
“และไม่มีความตายใด”
“พรากมันไปจากเอ็งได้”
คืนนั้น
ผมไม่ได้เรียนรู้
วิธีเลือกน้ำหอม
แต่ผมได้เรียนรู้
วิธีเลือกชีวิต
และได้เข้าใจว่า
มนุษย์ไม่ได้ยากจน
เพราะไม่มีสิ่งของที่มีราคา
แต่มนุษย์จำนวนมาก
ยากจนเพราะ
ใช้ทั้งชีวิต
แลกเพียงของที่มีราคา
จนลืมสร้าง
สิ่งที่มีคุณค่า
ให้กับดวงจิตของตนเอง
ราชะ ตันตระ
22/08/2569