พระเวท

พระเวท

เมื่อผมยังเด็ก

มีคำถามหนึ่ง

ที่ผมเก็บเอาไว้ในใจมาตลอด

ผมไม่เคยเข้าใจว่า

วิชาที่คุรุสอนผมอยู่ทุกคืน

โดยเฉพาะสิ่งที่ท่านเรียกว่า

“พระเวท”

นั้นมีไว้เพื่ออะไร

หากสุดท้ายแล้ว

มนุษย์ก็ยังต้องกิน

ต้องนอน

ต้องทำงาน

และใช้ชีวิตเหมือนเดิม

คืนนั้น

เมื่อผมเดินเข้าไปในห้องเรียนไม้เก่า

คุรุนั่งรออยู่ก่อนแล้ว

บนโต๊ะไม้

มีรถบังคับวิทยุสีเหลืองสด

คันหนึ่ง

พร้อมเครื่องบังคับอย่างสวยงาม

ท่านยิ้ม

ก่อนถามผม

“ชอบไหม”

ผมรีบพยักหน้า

“ชอบครับ”

คุรุโบกมือเบา ๆ

รถบังคับ

หายไป

กลายเป็นเรือบังคับวิทยุ

ที่งดงามยิ่งกว่าเดิม

“แล้วลำนี้ล่ะ”

ผมยิ้มกว้าง

“ดีกว่าครับ”

ท่านยิ้ม

ก่อนโบกมืออีกครั้ง

เรือลำนั้น

กลายเป็นเครื่องบินบังคับวิทยุ

ผมนิ่งเงียบ

เริ่มเดาทางไม่ออก

ว่าท่านกำลังจะสอนอะไร

คุรุหันมายิ้ม

ก่อนกล่าวว่า

“นี่ไง”

“พระเวท”

“สามารถสร้าง”

“สามารถเปลี่ยน”

“สามารถทำให้สิ่งหนึ่ง”

“กลายเป็นอีกสิ่งหนึ่งได้”

สิ้นคำ

ท่านโบกมืออีกครั้ง

เครื่องบินทั้งลำ

มิได้ตกลงบนพื้น

แต่มลายหายไป

กลายเป็นละอองบางเบา

ระยิบระยับ

ราวกับหมอก

ที่มีดวงดาวซ่อนอยู่ภายใน

“ดูให้ชัด”

ท่านกล่าว

ผมเพ่งมอง

มันดูคล้ายน้ำ

แต่ไม่ไหล

คล้ายลม

แต่ไม่ฟุ้งกระจาย

ยิ่งมองลึกลงไป

ยิ่งเห็นจุดแสงเล็ก ๆ

นับไม่ถ้วน

ราวกับกำลังมอง

เข้าไปในห้วงอวกาศ

ที่เต็มไปด้วยดวงดาว

ยิ่งมอง

ยิ่งเห็นมากขึ้น

ยิ่งลึก

ยิ่งกว้าง

จนผมแทบลืมหายใจ

คุรุค่อย ๆ กำมือ

ละอองทั้งหมด

ก็หายไป

ราวกับไม่เคยมีอยู่เลย

ผมรีบถามทันที

“ถ้าอย่างนั้น”

“ผมอยากได้อะไรก็เสกได้สิครับ”

คุรุหัวเราะเบา ๆ

ก่อนส่ายหน้า

“โลกของเอ็ง”

“ต่างออกไป”

“โลกมนุษย์”

“อยู่ใต้กรรม”

“อยู่ใต้เหตุและผล”

“และอยู่ใต้กฎของโลกมนุษย์”

“ไม่ว่าอำนาจใด”

“เมื่อทำงานอยู่ในโลกนี้”

“ก็ต้องเคารพกฎของโลกนี้”

“ไม่มีผู้ใด”

“อยู่เหนือกฎของสถานที่”

“ที่ตนอาศัยอยู่”

ผมยังคงไม่เข้าใจ

คุรุจึงโบกมืออีกครั้ง

บนโต๊ะไม้

ปรากฏอาหารมากมาย

ข้าว

กับข้าว

ผลไม้

ขนมหวาน

และน้ำซุป

เต็มโต๊ะ

ท่านถามผม

“กินหมดไหม”

ผมหัวเราะ

“กินได้ครับ”

“แต่กินไม่หมด”

ท่านพยักหน้า

“ใช่”

“ต่อให้มีมากกว่านี้”

“เอ็งก็รับไม่ไหว”

“ร่างกายของเอ็ง”

“รับได้เท่านี้”

“ดวงชะตา”

“ก็ไม่ต่างกัน”

“มันมีภาชนะของมัน”

“ต่อให้ได้มากกว่านั้น”

“หากภาชนะรับไม่ได้”

“ก็ไม่มีประโยชน์”

ผมพยักหน้าช้า ๆ

เหมือนเริ่มเข้าใจ

จึงถามต่อ

“ถ้าอย่างนั้น”

“ผมจะเรียนพระเวทไปทำไม”

คุรุยิ้ม

ก่อนถามกลับ

“สิ่งศักดิ์สิทธิ์”

“ทำหน้าที่อะไร”

ผมนิ่งคิด

ท่านตอบเอง

“สร้าง”

“รักษา”

“และทำลาย”

“ทุกการสร้าง”

“ย่อมต้องมีวัตถุดิบ”

“ทุกการเปลี่ยนแปลง”

“ย่อมต้องมีเหตุ”

“พระเวทของตันตระ”

“ก็คือวัตถุดิบ”

“ที่เอ็งนำไปร่วมสร้าง”

“มิใช่ไปยืนขอ”

“ด้วยมือเปล่า”

ท่านมองหน้าผม

ก่อนกล่าวต่อ

“หากมนุษย์นับล้าน”

“ต่างร้องขอสิ่งเดียวกัน”

“เหตุใด”

“เขาจึงต้องเลือกเอ็ง”

“ผู้ที่มีเพียงคำขอ”

“กับผู้ที่นำพระเวท”

“ไปร่วมสร้างเหตุ”

“เอ็งคิดว่า”

“ผู้ใดมีโอกาสมากกว่า”

ผมตอบทันที

“ผู้ที่มีพระเวทครับ”

คุรุพยักหน้า

“ใช่”

“แต่ก็ยังไม่ใช่ทั้งหมด”

“เพราะสุดท้าย”

“กรรม”

“ยังเป็นผู้ตัดสิน”

จากนั้น

ท่านจึงขยายความ

ให้ผมฟังต่อ

“สมมติว่า”

“กรรมกำหนดไว้”

“ว่าวันนี้”

“เอ็งจะได้”

“อาหารสามมื้อ”

“เครื่องดื่มหนึ่งอย่าง”

“เสื้อผ้าหนึ่งชุด”

“และพาหนะหนึ่งคัน”

“หากไม่ประกอบพิธีขอพร”

“เอ็งก็ยังได้รับทั้งหมด”

“แต่อาจเป็น”

“อาหารธรรมดา”

“น้ำเปล่า”

“เสื้อธรรมดา”

“และจักรยานมือสอง”

“แต่หากประกอบพิธีขอพรสำเร็จ”

“กรรม”

“ก็ยังให้เอ็ง”

“อาหารสามมื้อ”

“เครื่องดื่มหนึ่งอย่าง”

“เสื้อผ้าหนึ่งชุด”

“และพาหนะหนึ่งคัน”

“เหมือนเดิม”

ผมขมวดคิ้ว

“แล้วต่างกันตรงไหนครับ”

คุรุยิ้ม

“ต่างที่คุณภาพ”

“ไม่ใช่จำนวน”

“อาหาร”

“อาจกลายเป็นอาหารชั้นเลิศ”

“เครื่องดื่ม”

“อาจเป็นสิ่งที่ผู้คนเห็นว่ามีราคา”

“มีคุณค่า”

“เสื้อผ้า”

“อาจเป็นสิ่งที่เอ็งปรารถนา”

“หรือสังคมยกย่อง”

“พาหนะ”

“อาจเปลี่ยนจากจักรยาน”

“เป็นรถยนต์”

“หรือสิ่งที่ดีกว่า”

“แต่ทั้งหมด”

“ยังอยู่ภายใน”

“ขอบเขตของพื้นดวง”

“ไม่ได้เพิ่ม”

“เพียงเปลี่ยนให้ดีขึ้น”

คุรุเงียบไปครู่หนึ่ง

ก่อนกล่าวช้า ๆ

“พระเวท”

“ไม่เคยเปลี่ยนกรรม”

“ไม่เคยลบเหตุ”

“และไม่เคยฝืนกฎของโลก”

“พระเวท”

“เพียงทำให้”

“ผลแห่งกรรม”

“งดงามที่สุด”

“สมบูรณ์ที่สุด”

“เท่าที่กรรมของเอ็ง”

“เปิดโอกาสไว้”

ท่านหยุด

ก่อนกล่าวเป็นประโยคสุดท้าย

“จำเอาไว้”

“คนส่วนใหญ่”

“ใช้เวลาทั้งชีวิต”

“อธิษฐานขอผล”

“แต่ไม่เคยสร้างเหตุ”

“ผู้ศึกษาพระเวท”

“จึงไม่ใช่ผู้ที่ขอเก่งที่สุด”

“แต่คือผู้ที่สร้างเหตุ”

“ได้สมบูรณ์ที่สุด”

ผมนั่งเงียบอยู่พักใหญ่

ก่อนจะเข้าใจว่า

ตลอดเวลาที่ผ่านมา

ผมเข้าใจพระเวทผิด

ผมคิดว่า

พระเวท

คือวิชาสำหรับร้องขอ

แต่แท้จริงแล้ว

พระเวท

คือศาสตร์แห่งการร่วมสร้างเหตุ

เพื่อให้ผลแห่งกรรม

ปรากฏออกมา

ในรูปแบบที่ดีที่สุด

ภายใต้กฎของโลก

ที่ไม่มีผู้ใด

แม้แต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์

จะอยู่เหนือได้

และในคืนนั้นเอง

ผมจึงเข้าใจว่า

วันที่เราหยุดถามว่า

“จะขออะไร”

แล้วเริ่มถามว่า

“จะสร้างเหตุอย่างไร”

วันนั้น

เราอาจเพิ่งเริ่มเข้าใจ

ความหมายที่แท้จริง

ของคำว่า

“พระเวท”

ราชะ ตันตระ
18/07/2569