สิงสู่

สิงสู่
เมื่อพูดถึงคำว่า “สิงสู่” มนุษย์ส่วนใหญ่มักนึกถึงภูตผี วิญญาณ หรือสิ่งเร้นลับที่เข้ามาครอบงำร่างกายและจิตใจของผู้คน
แต่ตลอดชีวิตที่ผ่านมา สิ่งที่ผมพบเห็นบ่อยที่สุด กลับไม่ใช่ผี
หากเป็น “ความคิดของมนุษย์”
คุรุของผมสอนไว้เสมอว่า มนุษย์เหนือกว่าสรรพสัตว์ทั้งหลายตรงที่มีสติและปัญญา ดังนั้น สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต จึงไม่ใช่ทรัพย์สิน เงินทอง หรืออำนาจ หากแต่เป็นความสามารถในการคิด พิจารณา และตัดสินใจด้วยตนเอง
เพราะเมื่อใดก็ตามที่เราสูญเสียสติ เมื่อนั้นเราก็เริ่มสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง
อาวุธที่ดีที่สุดในการต่อสู้กับการสิงสู่ จึงไม่ใช่วัตถุมงคล ไม่ใช่พิธีกรรม และไม่ใช่เวทมนตร์ใด ๆ
แต่อยู่ที่ “สติ”
ตั้งสติ สำรวจตนเอง ตั้งคำถามกับสิ่งที่รับรู้ และพิจารณาอย่างรอบคอบ นั่นคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
หากเป็นสิ่งที่มีอำนาจเหนือเรา ไม่ว่าจะเป็นสิ่งเร้นลับหรือพลังที่เราไม่อาจอธิบายได้ การระลึกถึงองค์พระสดาศิวะเจ้า ครูบาอาจารย์ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราศรัทธา อาจช่วยประคับประคองจิตใจให้มั่นคงขึ้นได้
แต่สำหรับการสิงสู่ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของมนุษย์ส่วนใหญ่ กลับไม่ใช่เรื่องของผีเลย
เป็นเรื่องของความคิด
เป็นเรื่องของอารมณ์
และเป็นเรื่องของผู้คนที่อยู่รอบตัวเรา
ผมเคยเห็นคู่ครองคู่หนึ่ง แม้จะเลิกรากันไปแล้ว แต่ยังคงมีความสัมพันธ์ในฐานะเพื่อนที่ดีต่อกัน ฝ่ายหญิงมีชีวิตใหม่ มีคู่ครองใหม่แล้ว แต่ยังคงมาพูดคุยกับอดีตสามีอยู่เสมอ
แรกเริ่มก็เป็นเพียงการปรึกษาหารือกันตามประสาคนเคยรักกัน
แต่เมื่อเวลาผ่านไป เรื่องที่พูดกลับมีแต่ความทุกข์
คนนั้นไม่ชอบเธอ
คนนี้เกลียดเธอ
คนโน้นทำไม่ดีกับเธอ
เรื่องราวเหล่านี้ถูกเล่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกวัน ทุกคืน
จนในที่สุด ผู้ชายที่เคยมองโลกอย่างสดใส ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และมีมิตรสหายรายล้อม กลับกลายเป็นคนที่มองโลกในแง่ร้าย จิตใจขุ่นมัว และค่อย ๆ สูญเสียผู้คนดี ๆ รอบตัวไป
เขาไม่ได้ถูกผีสิง
แต่ถูกความทุกข์ของคนอื่นเข้าสิงโดยไม่รู้ตัว
อีกคู่หนึ่ง ตกลงเลิกรากันด้วยดี ต่างฝ่ายต่างมีชีวิตใหม่ ฝ่ายชายสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ตามปกติ
แต่ฝ่ายหญิงกลับยังยึดติดอยู่ในใจ
แม้ไม่ได้แสดงออกอย่างชัดเจน
แม้ไม่ได้ตามรังควาน
แม้ไม่ได้แสดงความเป็นเจ้าของ
แต่ในใจยังคงหึงหวง ไม่พอใจ และเฝ้าคิดถึงอดีตอยู่เสมอ
ภาพของอดีตคู่ครองยังคงวนเวียนอยู่ในความคิดทุกวัน
จนกลายเป็นเงาที่สิงอยู่ในใจตนเอง
ผู้ที่สร้างความทุกข์ให้เธอ ไม่ใช่อดีตสามี
แต่เป็นความยึดติดที่เธอเลี้ยงดูเอาไว้ด้วยตนเอง
บางครั้ง การสิงสู่ก็มาในรูปแบบของคนใกล้ตัว
คู่ครองบางคนมองโลกในแง่ร้าย ชอบตำหนิผู้คน ชอบนินทา ชอบเพ่งมองข้อเสียของผู้อื่นอยู่เสมอ
เมื่อใช้ชีวิตร่วมกันเป็นเวลานาน ความคิดเหล่านั้นก็ถูกส่งต่ออย่างเงียบ ๆ
วันละนิด
ทีละเล็กทีละน้อย
จนอีกฝ่ายเริ่มคิดเหมือนกัน พูดเหมือนกัน และมองโลกเหมือนกัน
สุดท้ายก็กลายเป็นคนอีกคนหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
นี่คือการสิงสู่ที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน
ไม่ต้องมีวิญญาณ
ไม่ต้องมีภูตผี
ไม่ต้องมีอาถรรพ์ใด ๆ
เพียงแค่เราปล่อยให้ความคิดของผู้อื่นเข้ามาอาศัยอยู่ในจิตใจของเราโดยไม่ผ่านการพิจารณา
การเชื่อถือครู อาจารย์ หรือผู้ชี้แนะชีวิตก็เช่นกัน
ผมเคารพครูบาอาจารย์เสมอ
แต่คุรุของผมเองกลับสอนให้ใช้สติอยู่ตลอดเวลา
แม้ผู้ที่เราเรียกว่า “ครู” ก็ยังเป็นมนุษย์
เมื่อเป็นมนุษย์ ย่อมมีความรัก ความชอบ ความไม่ชอบ ความพอใจ และความผิดพลาดได้เช่นเดียวกับทุกคน
ดังนั้น เมื่อได้รับฟังสิ่งใดมา จงรับฟังด้วยความเคารพ
แต่จงพิจารณาด้วยสติ
อย่าเชื่อเพียงเพราะผู้พูดเป็นคนที่เราเคารพ
แต่อย่าเพิ่งปฏิเสธเพียงเพราะไม่ถูกใจเรา
จงนำข้อมูลมาพิจารณา เทียบเคียงกับเหตุการณ์รอบตัว ประสบการณ์ และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง แล้วจึงตัดสินใจด้วยตนเอง
คุรุเคยสอนเรื่อง “เจ้ากรรม” ไว้อย่างน่าสนใจ
เจ้ากรรมมีอยู่สามลักษณะ
อย่างแรก คือ “กรรมเสมอผูก”
คือกรรมที่ทั้งสองฝ่ายต่างผูกต่อกัน
อย่างที่สอง คือ “กรรมเขาผูก”
คือกรรมที่ผู้อื่นผูกเราเอาไว้
และอย่างสุดท้าย คือ “กรรมเราผูก”
คือกรรมที่เราผูกผู้อื่นเอาไว้ด้วยตนเอง
หลายครั้งที่เราคิดว่ามีใครบางคนตามราวีชีวิตเรา
แต่เมื่อพิจารณาให้ลึกลงไป อาจพบว่าเป็นเราต่างหากที่ยังไม่ยอมปล่อยเขาไป
ไม่ว่าจะเป็นความรัก ความโกรธ ความแค้น ความคาดหวัง หรือความยึดมั่นถือมั่น
สุดท้ายแล้ว การสิงสู่ที่น่ากลัวที่สุด อาจไม่ใช่ภูตผีหรือวิญญาณ
แต่เป็นความคิด
ความทุกข์
ความกลัว
ความเกลียด
และความยึดติด
ที่เราเปิดประตูเชื้อเชิญให้เข้ามาอาศัยอยู่ในใจของตนเอง
ผีสางที่มาสิงเรา อาจมีผู้รู้ช่วยขับไล่ได้
แต่ความคิดที่มาสิงเรา
มีเพียงสติเท่านั้นที่ช่วยขับไล่มันออกไปได้
เพราะสุดท้ายแล้ว
เราเกิดมาเพียงคนเดียว
ดำรงชีวิตอยู่ด้วยจิตดวงเดียว
และเมื่อถึงเวลาจากไป ก็จากไปเพียงคนเดียวเช่นกัน
ดังนั้น จงรักษาสติให้มั่นคง
รักษาจิตใจให้ผ่องใส
และอย่าปล่อยให้แม้แต่มนุษย์ที่เดินดินกินข้าวเหมือนเรา
เข้ามาสิงอยู่ในความคิดของเราโดยง่าย
เพราะอิสรภาพที่แท้จริงของมนุษย์
เริ่มต้นจากการเป็นเจ้าของจิตใจของตนเอง
ราชะ ตันตระ
04/06/2569