เผากิเลส

เผากิเลส
ในคืนหนึ่ง ห้องเรียนเดิม
แต่ผู้ที่ยืนอยู่หน้าห้อง กลับไม่ใช่คุรุท่านเดิม
ชายชราร่างอ้วน ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม ถือไม้เท้าเรียวเล็ก ยืนมองผมด้วยแววตาอบอุ่น ท่านหัวเราะเบา ๆ ก่อนพูดว่า
“วันนี้ปู่เอ็งไม่มา ข้ามาแทน
ไม่ใช่เพราะเค้าเบื่อเอ็งนะ
แต่เค้ากลัว…เอ็งจะเบื่อเค้า
เพราะเค้าสอนน่าเบื่อ”
ผมหัวเราะตามโดยไม่รู้ตัว
เพียงคำพูดไม่กี่คำ
บรรยากาศทั้งห้องก็เปลี่ยนไปทันที
ก่อนที่ผมจะทันถามอะไร
ท่านก็เอ่ยขึ้นว่า
“เข้ามาได้”
สิ้นเสียงนั้น
เหล่าบริวารสิบสองคน
ต่างถือถาดอาหารเดินเข้ามาเรียงเต็มโต๊ะ
สิบสองถาด
สิบสองอย่าง
และทุกอย่าง…คือของโปรดของผมทั้งหมด
ท่านกวักมือเรียกด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“มาสิ เร็ว”
ผมแทบพุ่งตัวเข้าไปทันที
ท่านถามขึ้นว่า
“สิบสองถาด พอมั้ย”
ผมพยักหน้า แต่ในใจเริ่มคิดว่าเยอะเกินไปแน่
จึงตอบไปว่า
“เอาแค่แปดถาดพอครับ”
ท่านยิ้มทันที เหมือนรอคำตอบนี้อยู่แล้ว
จากนั้นจึงถามต่อ
“ในแปดถาดนี้
ชอบอะไรมากที่สุด
เลือกได้อย่างเดียว”
สายตาผมหยุดลงที่
ขนมเม็ดขนุนสีทองอร่าม
ผิวมันวาว
กลิ่นหอมหวาน
ไส้ถั่วกวนเนื้อเนียนละเอียด
“เอาถาดนี้ครับ”
ท่านพยักหน้า แล้วกล่าวช้า ๆ
“ตกลงกันแล้วนะ
คืนนี้ เอ็งต้องกินให้หมดทั้งแปดถาด”
ผมมองถาดขนมแล้วคิดในใจ
สบายมาก
ถาดนึงมีไม่ถึงยี่สิบชิ้นด้วยซ้ำ
และมันอร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมา
หวานกำลังดี
หอมดอกไม้จาง ๆ
ละมุนจนแทบลืมกลืน
ถาดแรกหมดลงอย่างรวดเร็ว
แล้วถาดที่สองก็ถูกยกเข้ามา
ขนาดถาดเท่าเดิม
แต่จำนวนเพิ่มเป็นสองเท่า
ผมเงยหน้ามองท่านทันที
ท่านเพียงยิ้ม แล้วพูดว่า
“เราตกลงกันที่จำนวนถาด
ไม่ใช่จำนวนชิ้น ถูกมั้ย”
ผมเงียบ
และเริ่มกินต่อ
ถาดที่สาม
เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว
ถาดที่สี่
เกือบสองร้อยชิ้น
จากของโปรด
เริ่มกลายเป็นความทรมาน
จากความอยาก
เริ่มกลายเป็นความเอียน
ผมเริ่มฝืนกลืนทุกคำ
จนในที่สุด
ผมยกมือไหว้ ขอร้องท่าน
“ลดลงได้มั้ยครับปู่”
ท่านหัวเราะเบา ๆ
“ให้ขอได้ครั้งเดียว”
ถาดที่ห้า ถูกยกเข้ามา
เหลือเพียงยี่สิบชิ้นเท่าเดิม
แต่ตอนนั้น
ต่อให้เหลือชิ้นเดียว
ผมก็แทบไม่อยากกินแล้ว
ถาดที่หก
ยังคงยี่สิบชิ้น
แต่ขนาดเท่าลูกปิงปอง
ผมน้ำตาคลอทันที
ถาดที่เจ็ด
ใหญ่เท่าลูกเทนนิส
และก่อนถาดที่แปดจะถูกยกเข้ามา
ผมรีบถามท่านว่า
“วันนี้…เราจะเรียนอะไรกันครับ”
ท่านหัวเราะเสียงดัง
ก่อนตอบว่า
“นี่แหละ
บทเรียนเรื่องการเผากิเลส”
“ผู้ศึกษาที่ดี
ต้องฉลาดคิด
และเฉลียวใจก่อนตัดสินใจ”
“ของที่ชอบ
ของที่รัก
ของที่ตัดใจไม่ได้”
“ถ้าอยากดับมันจริง
บางครั้ง…ต้องเสพจนเห็นโทษของมัน”
“กินเข้าไป
จนเอียน
จนเบื่อ
จนเข็ด
จนใจไม่เรียกร้องมันอีก”
สิ้นคำพูดนั้น
ถาดที่แปดก็ถูกยกเข้ามา
ยี่สิบลูก
ขนาดเท่าลูกฟุตบอล
ผมยกมือไหว้ทันที
“กลัวแล้วครับปู่
เข็ดแล้วครับ”
ท่านหัวเราะลั่นห้อง
และนับจากคืนนั้น
ต่อให้เวลาผ่านมาเกือบห้าสิบปี
ผมไม่เคยแม้แต่จะมอง
ขนมเม็ดขนุนอีกเลย
ราชะ ตันตระ
19/05/2569