จุดเปลี่ยนของชีวิต


จุดเปลี่ยนของชีวิต เริ่มขึ้นในเดือนเมษายน พ.ศ. 2531

ไม้ใหญ่ในชีวิตของผม…ล้มลง

คุณพ่อเสียชีวิตกะทันหัน ภายในชั่วข้ามคืน
ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด จนตั้งตัวแทบไม่ทัน

ตอนนั้น ผมถามตัวเองอยู่เพียงเรื่องเดียว

“เราเป็นคนบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างเข้มงวดมาตั้งแต่เด็ก แล้วทำไมเรื่องแบบนี้จึงเกิดขึ้นกับเรา”

แน่นอน…ผมไม่ได้รับคำตอบ

และเมื่อคนเราสูญเสียมากเกินไป จิตใจก็มักเสียศูนย์ตามไปด้วย

หลังจากวันนั้น ผมแทบไม่กราบไหว้ ไม่สื่อสาร และไม่พูดคุยกับสิ่งที่ตนเองเคารพอีกเลย

ชีวิตเข้าสู่ความจริงทันที

ผมเริ่มทำงานทุกอย่างที่ทำได้
ตื่นเช้าออกไปส่งของ
บางวันมีค่ารถ แต่เลือกเดินเอา เพื่อเก็บเงินไว้ใช้ปลายเดือน

งานอะไรที่ไม่เคยทำ ก็ต้องทำ
เพราะหน้าที่เดียวในตอนนั้น คือ “พาครอบครัวให้รอด”

ผมเริ่มเก็บทองรูปพรรณ เดือนละหนึ่งสลึง
สมัยนั้น ราคาทองน่าจะอยู่บาทละห้าพันกว่าบาท ซึ่งสำหรับชีวิตในเวลานั้น มันไม่ใช่ของง่ายเลย

และในช่วงเวลาที่หนักที่สุดนั้น
มีคนคนหนึ่ง ที่ยังอยู่เคียงข้างผมมาจนถึงทุกวันนี้

เราสองคนเรียกกันว่า “เนื้อปลา” และ “ก้างปลา”

ความหมายของมันง่ายมาก

เนื้อปลาเบียดก้าง…ก้างก็หัก
แต่ถ้าก้างหัก…เนื้อก็เจ็บไปด้วย

ไม่มีใครอยู่ได้โดยไม่กระทบอีกฝ่าย

เราช่วยกันเก็บ ช่วยกันออม
ช่วยกันกัดฟันผ่านชีวิตช่วงนั้นมา

ต่อมา เข้าสู่ยุคของ รัฐบาล น้าชาติ
ยุคที่หลายคนเรียกว่า “ยุคทองของอสังหาริมทรัพย์”

ผมก็ก้าวเข้าสู่วงการนายหน้าอย่างเต็มตัว

เริ่มขายที่ดินได้
เริ่มมีค่านายหน้า
และชีวิตก็ค่อย ๆ ดีขึ้นทีละน้อย

แต่คนที่ดึงผมกลับไปหาศรัทธาอีกครั้ง ไม่ใช่อาจารย์ ไม่ใช่เทพเจ้า

กลับเป็นหุ้นส่วนชีวิตของผมเอง

เธอพูดกับผมเพียงประโยคเดียวว่า

“โชคชะตาก็มีวาระของมัน อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด จะไปโทษสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือครูบาอาจารย์ได้ยังไง กลับไปไหว้ กลับไปบูชาท่านเถอะ”

ประโยคนั้น ทำให้ผมสะดุ้ง

และเริ่มกลับไปกราบครูบาอาจารย์อีกครั้ง

ครอบครัวของเธอใช้ชีวิตเรียบง่าย สมถะ
มีอาชีพปล่อยเช่าที่ดิน

ต่อมา ทางบ้านตัดสินใจแบ่งขายที่ดินบางส่วน
และผมเป็นคนทำการขาย

ที่ดินแปลงนั้น มีขนาด 1,143 ตารางวา

ผมขายได้ในราคา 120 ล้านบาท

มีการวางมัดจำทันที 10 ล้านบาท

หลังจากนั้น ยังมีการปิดการขายที่ดินอีกหลายแปลงต่อเนื่องกัน

และในเดือนเดียวกันนั้น
ก่อนอายุครบ 20 ปี

ผมมีเงินสดในมือเกินหนึ่งล้านบาทแล้ว

แต่สิ่งที่ผมนึกถึงในวันนั้น กลับไม่ใช่เรื่องเงิน

ผมนึกถึงคืนวันพฤหัสเมื่อสิบปีก่อน

คืนที่องค์คุรุในความฝัน เคยถามผมว่า

“ถ้าขอพรได้สี่ข้อ เอ็งอยากได้อะไร”

ตอนนั้นผมนั่งคิดอยู่นาน
ก่อนตอบข้อแรกออกไปว่า

“ข้อ 1 ผมอยากมีเงิน ล้านก่อนอายุ 20
และข้อ 2 ผมอยากมีเงิน เยอะๆ
ข้อ 3 ผมอยากหยุดทำงานก่อนอายุ 40 และ ข้อสุดท้าย เมื่อถึงเวลาตาย ขอแบบไม่เจ็บปวด ทรมาน”

ท่านหัวเราะ แล้วถามกลับว่า

“เอ็งจะเอาเยอะแค่ไหน”

ผมตอบแบบเด็กคนหนึ่งในวันนั้นว่า

“หลายร้อยล้าน”

ทุกวันนี้นึกย้อนกลับไป ยังเสียดายอยู่เลย
เพราะถ้าท่านมาถามตอนนี้…ผมคงตอบมากกว่านั้น

แล้วท่านก็บอกกับผมว่า

“เออ…อีกสิบปี ข้าจะให้เงินล้าน”

ราชะ ตันตระ
14/05/2569