เมตตา ศรัทธา และความเชื่อมั่น

เมตตา ศรัทธา และความเชื่อมั่น
หลักแห่งความสำเร็จตามความเชื่อของตันตระเทวาลัย
มีอยู่สามข้อสำคัญ
คือ
“เมตตา”
“ศรัทธา”
และ “ความเชื่อมั่น”
จากเรื่องเล่าในครั้งก่อน
ผมแนะนำให้ทุกคน “ตั้งคำถามถึงที่มา”
ดังนั้นครั้งนี้
ผมจะเล่าถึง “จุดเริ่มต้น” ของตัวผมเอง
⸻
ย้อนไปเมื่อกว่าห้าสิบปีก่อน
มีเด็กชายคนหนึ่ง
ตามคุณแม่ไปนั่งเล่นที่บ้านญาติ
ย่านถนนตะนาว
ในตรอกนาวา
ข้างร้าน นายอ้วนเย็นตาโฟ ชื่อดัง
บ้านหลังนั้นรับตัดเสื้อผ้า
ข้างบ้านญาติเป็นร้านขายขนมเล็ก ๆ ในตึกแถวเจ้าของร้านเป็นชาวจีนสูงอายุเด็ก ๆ แถวนั้นเรียกแกว่า “ป๊ะแม”เวลายื่นเหรียญไปซื้อขนมแกชอบยิ้มให้เสมอ
คนรุ่นเก่ามาก ๆ น่าจะพอจำกันได้
แต่เด็กชายเดินมาขอเงินแม่
เพื่อข้ามตรอกเล็ก ๆ ไปซื้อขนม
ตรงหัวมุมถนนมีร้านขนมเล็ก ๆหน้าร้านตั้งโหลแก้วใบใหญ่หลายใบข้างในเต็มไปด้วยลูกอมที่ห่อกระดาษย่นสีสด แดง เขียว เหลือง ชมพู เวลาโดนแดดตอนบ่าย
มันสวยมากในสายตาเด็กคนหนึ่ง
ขาไปนั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ทุกอย่างปกติดี
เด็กน้อยเดินยิ้ม
แกะขนมกินอย่างมีความสุข
แต่ขากลับ
ระหว่างเดินข้ามตรอก
มีรถเวสป้าคันหนึ่งพุ่งเข้าชนเต็มแรง
เด็กน้อยล้มลง
เขาพยายามลุกขึ้นยืน
เดินโซเซอยู่ไม่กี่ก้าว
ร้องได้เพียงคำเดียวว่า
“แม่…”
ก่อนล้มลง
ศีรษะกระแทกฟุตบาท
และหมดสติไป
⸻
เมื่อเด็กน้อยลืมตาขึ้นอีกครั้ง
สิ่งแรกที่รับรู้
คือ “ความมืด”
มืด
หนาว
หวาดกลัว
และร้องไห้
ในวันนี้เมื่อย้อนกลับไปคิด
ผมเชื่อว่านี่คือความรู้สึกแรกที่มนุษย์ทุกคนต้องเผชิญหลังความตาย
มืด
โดดเดี่ยว
สับสน
และหวาดกลัวอย่างที่สุด
บางที
นี่อาจเป็นเหตุผลว่า
ทำไมเรื่องเล่าของ “ผี” จึงมักเต็มไปด้วยเสียงร้องไห้
⸻
ระหว่างที่เด็กน้อยร้องไห้อยู่นั้น
มือเล็ก ๆ ก็พยายามคลำหาทางไปเรื่อย ๆ
แล้วก็มีมือหนึ่ง
มาจับที่ข้อมือซ้าย
มันเป็นสัมผัสที่ประหลาดมาก
ไม่ร้อน
ไม่เย็น
แต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่น
สบายใจ
และปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูก
ทันทีที่มือนั้นสัมผัส
ความมืดรอบตัวก็เริ่มสว่างขึ้น
เบื้องหน้ากลายเป็นเวิ้งกว้าง
เต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่
ได้ยินเสียงน้ำไหลชัดเจน
ความกลัวทั้งหมดหายไป
แม้แต่ความคิดถึงแม่
หรือความกังวลใด ๆ
ก็ไม่มีเหลืออยู่เลย
⸻
เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมอง
ทางด้านซ้าย
มีชายชรา
หนวดเครายาว
รวบผมเป็นมวย
รูปร่างผอมสมส่วน
เขาคือคนที่จับข้อมืออยู่
ส่วนทางด้านขวา
มีชายชราร่างใหญ่อ้วนมากๆ
ศีรษะโล้น ไม่มีหนวดเครา
ถือไม้เท้าเล็ก ๆ บาง ๆ อยู่ในมือ
เด็กน้อยมองไม้เท้านั้น
แล้วคิดในใจว่า
“ถ้าท่านใช้รับน้ำหนัก…มันน่าจะหัก”
ทันใดนั้น
ชายชราทางขวาก็พูดขึ้นทันที
“ทะลึ่ง…ไม้เท้าข้า ไม่หักง่ายขนาดนั้น”
เด็กน้อยจึงรู้ว่า
อีกฝ่ายได้ยินแม้กระทั่ง “ความคิด”
⸻
เสียงของชายชราทางซ้ายดังขึ้นตัดบท
“ตามเอ็งมานานแล้ว
ถึงเวลาแล้ว
ต่อไปนี้
ปู่จะมาสอนวิชาให้ทุกวันพฤหัส”
สิ้นเสียงนั้น
ท่านยกมืออีกข้างกวักเบา ๆ กลางอากาศ
เบื้องหน้าปรากฏหญิงสาวในชุดไทยโบราณ
นั่งพับเพียบอยู่กับพื้น
ก้มกราบอย่างสงบนิ่ง
ชายชราพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า
“ไป…พาเด็กไปส่ง”
แล้วท่านก็ส่งมือของเด็กน้อยให้หญิงผู้นั้น
ทันทีที่สัมผัสมือ
เด็กน้อยก็สะดุ้งลืมตาขึ้น
⸻
แสงไฟสีขาวส่องเข้าตาอย่างรุนแรง
เสียงร้องไห้ของเด็กดังลั่นห้อง
เขานอนอยู่บนเตียงเย็บแผล
ในโรงพยาบาลกลาง
หลังจากนั้น
เด็กน้อยพยายามทบทวนเรื่องราวทั้งหมด
และสรุปกับตัวเองว่า
“คงเป็นแค่ความฝัน”
⸻
เมื่อแผลหายดี
วันกลับบ้านมาถึง
เด็กน้อยนอนหนุนตักแม่
อยู่บนรถสามล้อเครื่อง
ระหว่างผ่านหน้าโรงพยาบาลกลาง
ตรงหัวมุมถนนมีต้นไม้ใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง
เด็กน้อยจำไม่ได้ว่าเป็นต้นไทรหรือไม่
แต่ทันทีที่มองไป
หัวใจกลับหยุดนิ่ง
เพราะบนต้นไม้นั้น
มีหญิงสาวในชุดไทยสีเขียว
คนเดียวกับที่พาเขากลับมา
นั่งอยู่บนกิ่งไม้
และกำลังโบกมือให้
เด็กน้อยรีบหลับตาด้วยความตกใจ
ยกมือไหว้ทันทีโดยสัญชาตญาณ
และนับตั้งแต่วันนั้น
โลกทั้งใบของเด็กน้อยคนนั้น
ก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป…
ราชะ ตันตระ
13/05/2569